นาฬิกา

posted on 19 Aug 2011 09:35 by katilanla
  นาฬิกาที่ใส่ติดกับข้อมือ  ถ้าวันหนึ่งมันหายไป หรือ มันได้พังลง
ถ้ามันหายไป แล้วชั้นจะเจออีกครั้งรึเปล่า ถ้าเจอในสภาพที่แย่ลงกว่าเดิม ชั้นจะยังอยากจะใส่มันอยู่ไหม แต่ถ้าเจอนาฬิกาเรือนนั้นของชั้นที่อยู่กับคนอื่น ชั้นยังจะกล้าขอคืนรึเปล่า และถ้าเป็นชั้นเองที่ทิ้งนาฬิกาเรือนหลังเองกับมือ แล้วโกหกกับคนอื่นว่า มันหายไปไหนไม่รู้ แล้วชั้นหยิบมันมาใส่ข้อมืออีกครั้ง ชั้นยังจะกล้าโกหกต่ออีกรึเปล่าว่าชั้นเจอมันแล้ว
แต่ถ้านาฬิกาเรือนนั้นมันได้พังลงไป เป็นเพราะมันพังเองตามอายุการใช้งานของมันคงไม่ปวดใจเท่า  ชั้นทำมันพังเอง เพียงพอความโมโหเรื่องอื่นจึงเขวี้ยงนาฬิกาเรือนนั้นลงโดยที่มันไม่ได้ผิดอะไร นาฬิกาถ้าเขวี้ยงลงครั้งแรกแล้วมันไม่เป็นอะไร เพราะมันทน แข็งแรง และมันยังอยากจะอยู่กับเราอีกต่อไป แต่ถ้าเราเขวี้ยงมันบ่อยครั้งเข้าหรือไม่รักษามัน สุดท้ายแล้ว มันคงอยู่กับเราได้ไม่นาน และต้องพังลงไป เพราะเราเองที่ทำมันพัง
และเป็นตัวเราเองที่รู้ตัวช้า ว่าเรารู้สึกเสียใจ เสียดาย ขนาดไหน ที่ไม่มีนาฬิกา
ยามที่เรายกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลา  แต่กลับว่างเปล่า ยิ้มให้กับตัวเองอย่างอายๆ ที่ยกข้อมือเปล่าๆขึ้นมา
แรกๆอาจจะยังไม่ชิน และต้องขอดูข้อมือคนอื่นที่มีนาฬิกา
แต่นานวันเข้า มันคงชินไปเอง และไม่ยกข้อมือตัวเองเพื่อดูเวลาอีก
แต่ก็ยังไม่สะดวกอยู่ดีที่ไม่มีนาฬิกา  และคิดว่าต้องหานาฬิกาข้อมือสักเรือน
การหานาฬิกาสักเรือนคงหายาก ถ้าต้องการที่ถูกใจเรา  แต่ถ้าต้องการฬิกาที่เหมือนเรือนเดิม สีเหมือนเดิมคงหายากยิ่งกว่า
เดินหาไปเรื่อยๆ และเจอนาฬิกาที่เหมือนเรือนเดิม เพียงแค่สีไม่เหมือนเดิม    เราก็คงใส่มันบนข้อมือ
แต่ก็ยังไม่หายที่จะคิดถึงนาฬิกาเรือนเก่า เรือนนั้น นาฬิกาเรือนที่ที่เราทำมันพังลงไป
ไม่รู้เหมือนกันว่าที่เรารัก เราชอบนาฬิกาเรือนเก่าเรือนนั้น เพียงเพราะ ผูกพัน หรือ มันถูกใจ

รักษ์เล

posted on 14 Aug 2011 17:13 by katilanla
กลับบ้านกรูดทีไร ต้องร้านนี้ทุกที ที่สั่งเป็นประจำก็คงเป็น น้ำเขียวโซดา แก้วละ 15 บาท วันไหนที่มีอาการเซ็งๆก็ เหล้าปั่นบลูฮาวาย นั่งคนเดียว ไปหาเพื่อนข้างหน้า ส่วนมากก็จะไม่ใช่เพื่อนหรอกนะ เป็นพวกพี่ๆที่ก็กลับมาบ้านกรูดเหมือนกัน คุยหลายเรื่อง สัพเพเหระ 
เหมือนเราได้ผ่อนคลายไปในตัว เสียงคลื่นทะเล เสียงลม บรรยากาศเย็นสบาย แสงไฟที่มีเพียงน้อยนิด บางคืนก็สว่างหน่อย เพราะมีแสงจันทร์นวลผ่องลอยอยู่เหนือน้ำ แสงสีส้มนวลที่สาดกระจาบมายังแผ่นน้ำทะเลทอแสงระยิบระยับเมื่อมีเกลียวคลื่นเบาๆ เสียงเพลงที่ฟังสบายๆ หลายๆเพลงที่ฟังแล้วชอบ แล้วลองมาหาดูทางกูเกิ้ล ว่าท่อนเพลงที่เราจำมานี้ เพลงอะไร บางครั้งก็จำไม่ค่อยได้ ต้องพิมพ์เก็บใส่โทรศัพท์ไว้ หรือไม่ก็อัดเสียงเอา 
ก็เหมือนกับเมื่อคืน 13-12-11 เรื่องราวหลายๆอย่าง สุมเข้ามา ทั้งเรื่องที่เป็นเรื่อง และเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ยิ่งเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องนี่ มักจะเป็นเรื่องทุกที นั่งทบทวนกับตัวเองว่า เราไม่มีเวลาจริงหรือ เราให้เค้าไม่พอหรือให้เค้ามากเกินไป สิ่งที่เราทำอยู่เค้าแฮปปี้กับเรารึเปล่า เคยคิดว่าแค่ให้วันนี้มีความสุขก็พอ แต่ ณ ตอนนี้ ถ้าคิดอย่างนั้นมันคงไม่ได้แล้ว กำลังเข้าใจกับตัวเองว่า เอาเปรียบเค้ามากเกินไป เรื่องบางเรื่องพวกเราสองคนต้องปิดบัง ใครคนอื่นรู้ไม่ได้ว่า สถานะตอนนี้ที่เราเป็นอยู่คืออะไร โอเค ฝ้ายเข้าใจ และกำลังทำใจยอมรับกับสิ่งที่มันกำลังจะเป็นไป ขอโทษที่ควบคุมมันไม่ให้อยู่ที่เดิมได้ 
14-08-11 ไปนั่งร้านเดิมกะว่าจะเจอเพื่อนคุยข้างหน้า แต่ไม่เห็นสักคน เพราะนึกได้ว่าใครๆก็กลับวันนี้ เพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ไปเรียน คืนนั้นมีเรานั่งคนเดียว เหล้าปั่นบลูฮาวายหนึ่งแก้วตั้งอยู่ใกล้ๆเชิงเทียนที่ส่องแสงไหวๆเพราะลมที่พัดเฉื่อยๆลอยมา อืม นั่งคนเดียวก็ดีเหมือนกัน ได้คิดไรหลายอย่าง คิดในแง่บวกซะบ้าง แปลกเนอะ คนเราชอบคิดในแง่ลบก่อนไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เพื่อนคนหนึ่งที่เดินเข้ามา มันบอกว่าโทรไปไม่รับ กะแล้วว่าต้องอยู่ที่นี่ บุหรี่หนึ่งมวนถูกยื่นมาให้ เรารับด้วยความเต็มใจและจุดที่เชิงเทียนบนโต๊ะสีฟ้านั้น  ในตอนนี้ชั้นยิ้มกับตัวเองและคิดได้ว่า ยามเราเซ็ง เราไม่ได้เซ็งคนเดียว คนที่รักเราแคร์เราก็ร่วมเซ็งไปกับเราด้วย 
ยิ้มให้กับมัน พร้อมบอกว่า วันจันทร์ไปส่งกูที่ถานีรถไฟด้วย มันตอบพร้อมรอยยิ้ม กูกะแล้วล่ะ ว่ายังไงก็ต้องเป็นกู ;)  
 
ก่อนจากกันในคืนนั้น มันพูดมาคำหนึ่ง ไม่รู้ว่าฟังผิดรึเปล่า "เพื่อนไม่ได้มีแค่ตอนทุกข์นะฝ้าย"  
 
           อืม...นั่นสิเนอะ  ; )

edit @ 16 Aug 2011 13:26:06 by กะทิ

เริ่ม

posted on 28 Jul 2011 15:29 by katilanla
รู้จักมานานละ exteen เนี่ย แต่ไม่เคยสมัครซะที เห็นเจ้เค้าสมัคร เลยสมัครมั่ง ตามกระแสกันไป ;)
ก็ดีเหมือนกัน ไว้ เขียนไรเรื่อยเปื่อย ๕๕๕ พูดประมาณว่า เราว่างซะขนาด  !!!!
  เอาล่ะนะ นึง ส่อง ซั่ม....  สวัสดี exteen blog ;))